
ห้องน้ำ
เป็นห้องที่ต้องการ ความเป็นส่วนตัว มากกว่าทุกๆ ห้องในบ้านเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้เพราะ กิจกรรมที่ทำใน ห้องน้ำ อันได้แก่ การอาบน้ำ ชำระ ร่างกาย และการขับถ่าย เป็น กิจกรรมเฉพาะบุคคล ที่ต้องทำเป็น ประจำทุกวัน โดยเฉพาะ การอาบน้ำ ชำระร่างกาย ต้องทำอย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้า และตอนเย็น ตามหลัก สุขบัญญัติ ที่เราท่องจำตั้งแต่สมัยชั้นประถม ในปัจจุบัน ห้องน้ำยังใช้ เป็นสถานที่ ทำกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น การโกนหนวด แต่งหน้า แต่งตัว ซักผ้า หรือแม้กระทั่ง การอ่านหนังสือ เป็นต้น เมื่อกิจกรรมในห้องน้ำมีเพิ่มมากขึ้น เราจึงจำเป็นต้องเอาใจใส่ และพิถีพิถันกับการสร้าง การจัด ตกแต่งห้องน้ำ ให้สวยงาม น่าใช้ และตอบสนอง การใช้สอยให้มากที่สุด โดยต้องเริ่มตั้งแต่ การวางแผนที่ดีการคัดเลือกวัสดุ และการตกแต่ง ให้สวยงามสอดคล้องกับห้องอื่นๆในบ้าน เป็นต้นรูปแบบ หรือ สไตล์ ในการตกแต่ง ห้องน้ำ โดยส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับ รสนิยม และ ความชื่นชอบ ของแต่ละบุคคล การเลือกรูปแบบ หรือ สไตล์ การตกแต่ง ก็ควรให้สอดคล้องกับ รูปแบบและ การตกแต่งภายใน โดยรวมของ อาคาร บ้านเรือน นั้นๆ โดยมีข้อคิดว่า ไม่ควรใช้รูปแบบ ที่มีการประดับประดารุงรัง หรือมีรายละเอียดซอกมุมมาก เพราะจะทำให้ยากต่อ การทำความสะอาด ในปัจจุบัน รูปแบบ หรือ สไตล์ ที่มักเป็นที่นิยมหลากหลาย แต่รูปแบบสมัยใหม่ หรือ ร่วมสมัย ซึ่งเป็นแบบเรียบง่าย และมีความหรูหรา อยู่ในตัวนั้น มักเป็นที่นิยมมากกว่า การใช้รูปแบบในอดีต
ห้องน้ำ สไตล์คลาสสิก
ห้องน้ำ ลักษณะนี้มักเน้นรูปแบบ ที่ค่อนข้างหรูหรา มีรสนิยม ด้วยการเลือกใช้วัสดุ ใน การตกแต่ง และ การจัดวางแปลน ที่พิถีพิถัน
การจัดแบบแปลน ก็มักขึ้นอยู่กับ ขนาดของพื้นที่ อาจมีการแบ่งส่วนอย่างชัดเจน เช่น มี ห้องแต่งตัว ซึ่งแยกไว้อย่างเป็น สัดส่วนด้วย ผนัง การเลือกสุขภัณฑ์ และ ก็อกน้ำ ก็จะเลือกให้เข้าชุดกัน สีที่นิยมใช้ก็เป็น สีทองเหลือง หรือสีทองเหลืองผสมกับ โครเมียม มันวาว ส่วน สุขภัณฑ์ ก็เลือกตาม โทนสี โดยรวมของ การตกแต่ง เน้นการโชว์เนื้อแท้ ของวัสดุ วัสดุที่นิยมใช้ก็หนีไม่พ้น หินอ่อน หินแกรนิต กระเบื้องเคลือบ ทั้งแบบเรียบ และมีลวดลาย กรุยเชิงผนัง บัวเพดาน – พื้น กระจก หรือ วัสดุสังเคราะห์ ที่มีรูปลักษณ์แสดงออกถึงความหรูหรา สวยงามห้องน้ำ สไตล์โมเดิร์น
ห้องน้ำ ในรูปแบบนี้ มักเน้นเส้นสายในเชิงเรขาคณิต เป็นสำคัญ และมักตัดทอน รายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างออกไป ให้เหลือไว้เพียงความเรียบง่าย และการโชว์เนื้อแท้ของวัสดุ เช่น หินอ่อน หินแกรนิต กระจกสเตนเลส โครเมียม หรือ หินทราย รวมทั้ง ผู้ออกแบบ ต้องมีความเข้าใจถึง ความต้องการของผู้ใช้ และ การออกแบบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่ดี เป็นสำคัญรวมทั้งการจัดแสงสว้างที่เหมาะสม
ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุจึงควรมีสีสันและลวดลายที่เรียบง่าย แต่ดูดี เช่น สีดำ เทา หรือขาว ส่วนวัสดุประกอบก็ควรเป็น ชนิดที่ดู ทันสมัย อาทิ วัสดุมันวาว ประเภทโลหะ หรือวัสดุผิวด้าน ใส หรือขรุขระ สุขภัณฑ์ หรือก๊อกน้ำควรเลือกรูปแบบที่มีความทันสมัย มีดีไซน์เฉพาะที่มีเอกลักษณ์โฉบเฉี่ยวเข้ากันได้ดีกับกระจกเงาดีไซน์รูปทรางให้แปลกตา
เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอาจเป็นกระจกใส โครงขาของอ่างทำด้วยเหล็ก ชุบโครเมียม เป็นต้นห้องน้ำ สไตล์ธรรมชาติ
ห้องน้ำ ลักษณะนี้เป็น การจัดแบบแปลน ที่ค่อนข้างแตกต่างจาก แบบอื่นๆ กล่าวคือ มีการนำเอาธรรมชาติมาใช้ร่วมใน การออกแบบ ซึ่งปกติที่ทำกัน ก็จะมีอยู่ 2 วิธีคือ
กำหนดให้พื้นที่ห้องน้ำเปิดโล่งเชื่อมกับ ภายนอก ใช้ธรรมชาติ เป็นตัวประสาน ด้วยการ
จัดวางพันธุ์ไม้ต่างๆ บางกรณีผู้ออกแบบ อาจออกแบบให้มีรูปแบบที่พิเศษ เช่น ผนังด้านหนึ่งเป็น กระจกสูงโปร่ง าวตลอดแนวด้านใน
ติดตั้งอ่างอาบน้ำ ล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม้ จัดวาง สุขภัณฑ์ ที่เข้าชุดกัน พื้นปูด้วยหินทราย ผนังซีเมนต์ เปลือย หรือจัดเป็นห้องน้ำที่มีหลังคาเปิดโล่ง ผนังบังสายตาก่อน ด้วยแนว ศิลาแลง ไม่สูงมากนัก ด้านในจัดวางสุขภัณฑ์ในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นต้น
กำหนดให้มี ธรรมชาติอยู่ภายใน ห้องน้ำ อาจทำพื้นที่ไว้สำหรับ วางต้นไม้ เช่น ยกขอบที่จะวางกระถางต้นไม้ หรือจัดสวนหย่อมเป็นมุมเล็กๆ หรือนำเอา วัสดุธรรมชาติมาใช้ร่วมด้วย อาทิ การใช้ไม้ซีกหรือปีกไม้ร่วมกับกระเบื้อง หรือ ผนังปูนฉาบ ไม่เรียบ พื้นเป็นคอนกรีต และโรยด้วยกรวด เว้นพื้นที่ปูนหินแผ่น หรือ กระเบื้องดินเผา ตรงบริเวณอ่างอาบน้ำ เพิ่มบรรยากาศให้เป็น ธรรมชาติ ด้วยพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ สำหรับวัสดุและโทนสีนั้น ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับ การออกแบบเป็นสำคัญ แต่ก็ยังคงเน้นโทนสีธรรมชาติของวัสดุ เช่น สีของไม้ หิน ซีเมนต์ ก้อนกรวด กระเบื้องดินเผา หรือ สีของต้นไม้ ที่ใช้ประตกแต่ง ซี่งเป็น เสน่ห์สำคัญที่ให้ห้องน้ำ สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ห้องน้ำ สไตล์คันทรี่
ห้องน้ำลัักษณะนี้ โดยทั่วไป ก็เน้นความเป็น ธรรมชาติ ด้วย การตกแต่ง ที่เลือกใช้วัสดุที่มาจาก ธรรมชาติ และ วัสดุสังเคราะห์ ห้องน้ำ แบบนี้มีรายละเอียดและส่วนประกอบต่างๆ และรูปแบบที่ดูสบายๆ ที่ยังคง คำนึงถึง
เรื่องขนาดของ พื้นที่ใช้สอย เป็นสำคัญ แต่ในบางกรณีก็มี การกำหนดโครงสร้างของ ห้องน้ำ ขึ้นเฉพาะ เช่น หลังคาที่มี ลักษณะสูงโปร่ง หรือหลังคาจั่ว เลือกใช้วัสดุ ธรรมชาติ อาทิ ปีกไม้ ไม้ท่อน หินกาบ กระเบี้อง และอื่นๆ ที่เป็น
วัสดุจาก ธรรมชาติ หรือ วัสดุที่โชว์สี หรือ เนื้อแท้ของวัสดุ โทนสีส่วนใหญ่มักเป็นสีน้ำตาลครีม และขาว หรือ สีของวัสดุ ที่นำมาใช้ใน การตกแต่ง แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกให้ดูกลมกลืนกันไป
การตกแต่งเน้นความสอดคล้องกลมกลืนกันไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง สุขภัณฑ์ ผ้าม่าน กรอบรูป และของประดับตกแต่งอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อให้ห้องน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่อย่าลืมเสริมบรรยากาศความสดชื่นด้วยสีเขียวของต้นไม้หลักในการจัด
หลักที่ควรคำนึงสำหรับการจัดสร้างห้องน้ำห้องส้วม คือ
1. ไม่ควรปูพื้นห้องด้วยวัสดุที่มีผิวหน้าลื่นและเรียบเป็นมัน เช่น กระเบื้องเคลือบ เพราะเมื่อเปียกน้ำ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ควรใช้วัสดุที่มีผิวหน้าค่อนข้างหยาบ เช่น โมเสกชนิดด้าน เซรามิกชนิดด้าน เป็นต้น
2. เมื่อเปิดบานประตูแล้วไม่ควรบังสวิตซ์ไฟ ควรใช้ปลั๊ก และสวิตซ์ไฟ แบบกันน้ำ และไม่ควรติดตั้ง ในส่วนที่น้ำ สามารถกระเด็นได้ถึง
3. .สามารถระบายอากาศออกทางหน้าต่าง และแสงสว่าง ก็สามารถ ส่องผ่านเข้ามาได้ หน้าต่างควรอยู่สูงเกินระดับสายตา ผู้ที่เดินผ่านภายนอก และที่สำคัญต้องมิดชิด
4. ไม่ควรตั้งโถส้วมตรงกับประตู
5. .ท่อระบายน้ำควรมีขนาดใหญ่พอสมควร และพื้นห้องต้องเทลาดไปยังบริเวณท่อระบายน้ำ
6. .ควรติดฉากพลาสติกหรือกระจกเลื่อนระหว่างส่วนอาบน้ำกับส่วนอื่น ๆ ที่พื้นอาจก่อขอบสูงประมาณ 0.20 เมตร เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นหรือไหลไปยังส่วนอื่น ๆขนาด
หากเนื้อที่ในบ้านอำนวยห้องน้ำมักมีขนาดใหญ่ เพื่อให้จัดแต่งได้อย่างสวยงาม และสะดวกสบายน่าใช้ และถ้ามีบริเวณกว้างขวางพอ ห้องน้ำกับห้องส้วมมักแยกจากกันเป็นสัดเป็นส่วน หรือไม่เช่นนั้นแต่ละคนก็จะมีห้องน้ำส่วนตัว อยู่ในห้องนอนห้องน้ำมีขนาดตั้งแต่ 2.00 x 2.50 เมตร ถึง 3.00 x 3.50 เมตร ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้ห้องน้ำที่ตั้ง
ห้องน้ำอาจตั้งอยู่ภายในตัวบ้าน หรือแยกออกไปตั้งภายนอกก็ได้ ห้องน้ำห้องส้วมสำหรับแขก ควรอยู่ใกล้กับห้องรับแขก ห้องน้ำชั้นบนควรติดกับห้องนอน สิ่งที่ควรระมัดระวังคือห้องน้ำห้องส้วม ต้องตั้งอยู่ในที่ซึ่งระบายอากาศได้ดี และควรตั้งบริเวณทิศตะวันตกเพื่อให้แสงแดดยามบ่าย สามารถส่องดถึงได้
แสงสว่างห้องน้ำห้องส้วมต้องการแสงสว่างพอประมาณ โดยทั่วไปมักจะเน้นแสงบริเวณกระจกส่องหน้า ซึ่งบางครั้งใช้สำหรับโกนหนวดแต่งหน้า และควรมีแสงแดดส่องในเวลากลางวัน เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าและเป็นการฆ่าเชื้อโรค ในห้องน้ำห้องส้วมไปด้วยในตัวเครื่องใช้
การจัดเครื่องใช้ขึ้นอยู่กับแบบของห้องน้ำห้องส้วมว่าจะเป็นแบบใด ซึ่งมีด้วยกัน 3 แบบ คือ
1. แบบตุ่มน้ำหรืออ่างน้ำ (ใช้ตัก)
2. แบบฝักบัว
3. แบบอ่างอาบน้ำ
สำหรับเครื่องใช้ในห้องน้ำห้องส้วมทั้ง 3 แบบสามารถกล่าวรวม ๆ ได้ คือ
ที่เก็บน้ำอาจเป็นตุ่มน้ำ หรือ ที่เก็บน้ำแบบก่อ เองซึ่ง ก่อด้วยอิฐ หรือใช้คอนกรีตหล่อ และห้องกันการรั่วซึม โดยผสมน้ำยากันซึมลงในปูนแล้วปูผนังด้านนอกด้านใน และพื้นด้วย กระเบื้องเคลือบ ด้านข้างตอนล่างสุด มีช่องระบายน้ำออก นอกจากตุ่มน้ำแล้ว ยังมีพลาสติกหล่อ เป็นถังหลายขนาด หลายรูปทรง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้
ฝักบัวมี 2 แบบ คือ ชนิดก้านแข็งติดถาวรกับผนัง และชนิดสายอ่อนซึ่งสามารถปรับระดับการพ่นน้ำได้
อ่างอาบน้ำขนาดที่นิยมคือ 0.80 x 1.50 x 0.40 เมตร มีทั้งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปไข่ สี่เหลี่ยมจัตุรัส
อ่างน้ำเป็นเหล็กหล่อเคลือบด้วย น้ำยาเคลือบ และมีก๊อกติดมากับอ่าง ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง น้ำร้อนและน้ำเย็น ในปัจจุบันการใช้ อ่างอาบน้ำ ลดน้อยลงไปมาก เนื่องจาก ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อ่างล้างหน้ามีรูปทรงต่างๆ กัน เช่น สีเหลี่ยมผืนผ้า รูปไข่ รูปกลม มีทั้งแบบ ยึดติดกำแพงและผนัง และแบบที่ก่อขึ้นมาเป็นโต๊ะ อ่างล้างหน้า จะสูงจากพื้น ประมาณ 0.80 เมตร
ส่วนที่เป็นโต๊ะวางอ่างล้างหน้าอาจมีส่วนล่างเป็นตู้หรือลิ้นชักเก็บเครื่องใช้ในห้องน้ำ เช่น ผ้าเช็คตัว สบู่
กระดาษชำระที่สำรองไว้ ฯลฯ และมักติดกระจกเงา ไว้ด้านหลังอ่างล้างหน้า
โถส้วมโดยทั่วไปมี 2 ประเภท คือ ส้วมซึมและส้วมซักโครก
ส้วมซึม(squat) หรือ ส้วมนั่งยอง มีทั้งแบบซีเมนต์หล่อ ตกแต่งด้วยหินขัด กับแบบดินขาวเคลือบ ซึ่งดูสวยงาม
ทำความสะอาดง่าย และมีราคาแพงกว่าส้วมซึม ยังมีแบบที่มีเฉพาะตัว ส้วมซึ่งต้องนำไปฝัง กับพื้นห้องน้ำหรือ
ก่อฐานสูงขึ้นมาแล้ว ฝังตัวส้วมลงไป กับแบบที่มีฐานหุ้ม อยู่เรียบร้อย ส่วนมากตัว ส้วมสูงจากพื้นประมาณ 0.20เมตร การชำระของส้วมซึมมี 3 แบบด้วยกัน ได้แก่
- แบบราดน้ำ ซึ่งต้องจัดเตรียมหา ที่ใส่น้ำไว้ อาจเป็นตุ่มใบเล็ก ถังน้ำ หรือ ก่อที่เก็บน้ำขึ้นเอง เพื่อใช้เก็บน้ำ โดยเฉพาะก็ได้ โดยต้อง กำหนดขนาด ให้เหมาะสมซึ่ง ผู้นั่งส้วมจะใช้ได้สะดวกแบบหม้อน้ำ (Cistern) มี
หม้อเก็บน้ำอยู่ ด้านหลังของตัวส้วม เมื่อต้องการใช้ก็กดคันโยก ให้น้ำจากหม้อ ไหลมาทำความสะอาดส้วม แบบสุดท้ายคือ แบบฟลัชวาล์ว (flush valve) ซึ่งคล้ายกับแบบหม้อน้ำเพียงแต่ไม่มีหม้อน้ำเมื่อกดคันโยก ก็จะมีน้ำไหลออกมา ทำความสะอาดอัตโนมัติ
- ส้วมชักโครก (toilet) ส่วนมากทำด้วยดินขาวเคลือบแก้ว (vitreous china) โถส้วมมีทั้งรูปทรงกลมและรูปไข่
ขนาดประมาณ 0.35 x 0.40 เมตร และสูงจากพื้น 0.40 เมตร มีฐานติดกับพื้นมีฝารองนั่ง และฝาสำหรับปิดโถส้วม เมื่อไม่ได้ใช้ ส้วมชักโครกมีทั้งแบบหม้อน้ำและ แบบฟลัชวาล์วตัวอย่างงานตกแต่งห้องน้ำ

การออกแบบห้องน้ำ + สไตล์คลาสสิก +
สไตล์โมเดิร์น + สไตล์ธรรมชาติ
สไตล์คันทรี่ + หลักในการจัด + เครื่องใช้ในห้องน้ำ
ตกแต่งภายใน การออกแบบห้องครัว การออกแบบห้องน้ำ ต่อเติม จัดสวน